Featured Company Story
Company Spotlight
Discover companies latest corporate updates and technology stories.
TOPGUN Co., Ltd.Advertising/Public Relations
JOBTOPGUN แบ่งปันวิสัยทัศน์ “Unlocking Enterprise AI” ในงาน Databricks Data Intelligence Day 2025
AI เปิดประตูใหม่สู่องค์กรคุณวริศกล่าวว่า ปัจจุบัน JOBTOPGUN เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทในประเทศไทยที่ได้นำ Databricks มาใช้จริงในระดับองค์กร เพื่อเปิดให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง และใช้ AI ช่วยเสริมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดคือ AI กำลัง break roles แบบเดิม ๆ เพราะหลายหน้าที่ที่เคยแยกกัน กลับสามารถรวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เช่น การคิวรีข้อมูลที่เมื่อก่อนต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่วันนี้พนักงานทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเองสร้าง Agentic AI เพื่อการสรรหายุคใหม่ในด้าน Recruitment AI JOBTOPGUN กำลังขับเคลื่อนการพัฒนา Agentic AI ที่สามารถอ่านและเข้าใจข้อมูลเชิงลึกของ Super Resume ได้อย่างครบมิติ ไม่ว่าจะเป็น Lifestyle Agent, Work Experience Agent, Education Agent, หรือแม้แต่ Interview Agent ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วย Recruiter มองเห็นศักยภาพและความเหมาะสมของผู้สมัครได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้การคัดเลือกบุคลากรไม่ใช่เพียงการดูประวัติ แต่เป็นการเข้าใจ “คน” อย่างรอบด้านCreativity + AI = New Way of Workคุณวริศยังเน้นว่า AI ไม่ได้มาแทนที่คน แต่กลับยกระดับบทบาทของคนในองค์กรไปอีกขั้น โดย JOBTOPGUN ขับเคลื่อนให้ทุกคนได้ใช้ Creativity ร่วมกับ AI ในการสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ในงานที่ทำ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้บรรยากาศการทำงานในอนาคตจะเต็มไปด้วยความสนุกและความสร้างสรรค์บทสรุป: JOBTOPGUN ก้าวสู่โลกของ AI อย่างมั่นคงJOBTOPGUN มุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่นำ AI มาใช้จริงในทุกมิติ ไม่เพียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้เข้าถึงข้อมูล ใช้เทคโนโลยีอย่างมีความหมาย และร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์โลกในยุค AI ได้อย่างแท้จริงในฐานะ หนึ่งในองค์กรชั้นนำของไทยที่ใช้ Databricks อย่างเป็นระบบ JOBTOPGUN แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดธุรกิจ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสรรหาบุคลากรไทย เพื่อก้าวทันและก้าวนำในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AIดังนั้น หากคุณกำลังมองหา “งานที่ใช่” หรือ “คนเก่งที่เหมาะสมที่สุด” คำตอบอยู่ที่ JOBTOPGUN — แพลตฟอร์มที่คุณสามารถไว้วางใจได้ เพราะเราไม่เพียงเชื่อมโยงคนกับงาน แต่ยังเป็นผู้นำในการใช้ AI เพื่อยกระดับการสรรหาและสร้างอนาคตการทำงานที่ดีกว่าให้กับทุกคน
TOP PAINT PERFECT CO.,LTD.Production/Manufacturing
Top Paint Perfect: ผู้นำวงการสีครบวงจรที่คนไทยไว้วางใจมากว่า 51 ปี
Top Paint Perfect คือหนึ่งในบริษัทคนไทยที่ยืนหยัดในอุตสาหกรรมสีมานานกว่า 5 ทศวรรษ ด้วยฐานการผลิตและวิจัยในจังหวัดปทุมธานี เราพัฒนาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่สีรถยนต์ สีทาอาคาร สีอุตสาหกรรม สีเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงทินเนอร์และสารเคมีอื่น ๆ ด้วยมาตรฐานระดับสากลผลิตภัณฑ์ของเรา ครอบคลุมทุกความต้องการเรื่อง “สี” 1. สีพ่นรถยนต์ ผลิตภัณฑ์กลุ่มยานยนต์ของ Top Paint Perfect ได้รับความไว้วางใจจากอู่ซ่อมสีชั้นนำทั่วประเทศสีโป๊วคุณภาพสูง เช่น TOP EXTRA PLUS ทั้งแบบ 2K และ 2K ONEสีพ่นพื้น–สีรองพื้น ที่แห้งเร็วและยึดเกาะแน่นเคลียร์โค้ท (Clear Coat 4.1) เพิ่มความเงางามแบบมืออาชีพผลิตภัณฑ์เสริม เช่น น้ำยาลอกสี น้ำยาล้างพื้นผิว และทินเนอร์เกรดรถยนต์2. สีทาอาคาร ตอบโจทย์ช่างทาสีและเจ้าของบ้านที่ต้องการงานสวย ทน ใช้งานง่ายสีน้ำอะคริลิค 100% ทั้งแบบกึ่งเงาและด้าน เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นสีรองพื้นปูนเก่า–ปูนใหม่ ช่วยป้องกันคราบเกลือ ความชื้น และเชื้อราใช้งานได้ทั้ง ภายในและภายนอกอาคาร3. สีอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับโรงงาน โครงสร้างเหล็ก และเครื่องจักรสีน้ำมันเคลือบเงา สีแห้งเร็ว ทนเคมีสีรองพื้นกันสนิม ยืดอายุวัสดุโลหะสีพ่นอุตสาหกรรม ที่แห้งเร็ว ตอบโจทย์สายการผลิตที่ต้องการประสิทธิภาพสูง4. สีงานไม้–เฟอร์นิเจอร์สวยงามเป็นธรรมชาติ พร้อมคุณสมบัติการปกป้องแลคเกอร์ ยูรีเทน และสีรองพื้นไม้ สำหรับงานตกแต่งภายในDURA SHIELD และ DURA GLOSS ป้องกันเชื้อรา ใช้ได้ทั้งภายนอกและภายในเน้นโชว์ลายไม้ เนื้อสีเนียนเรียบ ใช้งานง่าย5. สีพิเศษ–ตกแต่ง เพิ่มความหรูหราให้ผลงานUltra Gold สีทองคำสูตรน้ำ/สูตรทินเนอร์เคลียร์โค้ทตกแต่งพิเศษ ที่ให้ผิวสัมผัสระดับพรีเมียม6. ทินเนอร์และสารเคมี ผลิตภัณฑ์กลุ่มสารละลายครบวงจรทินเนอร์ทั่วไป ทินเนอร์ดี ทินเนอร์อะคริลิคน้ำมันสน น้ำยาซักแห้ง แอลกอฮอล์หัวทินเนอร์สูตรเฉพาะ สำหรับสีแต่ละประเภทจุดแข็งที่ทำให้เราต่างจากใครในตลาด 51 ปีแห่งความเชี่ยวชาญที่คนไทยเชื่อมั่นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 Top Paint Perfect เติบโตจากธุรกิจครอบครัวสู่บริษัทผลิตสีที่มีระบบมาตรฐาน และมีสินค้ากว่า 80 รายการ ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่อู่ซ่อมรถ โรงงาน ไปจนถึงผู้รับเหมาขนาดใหญ่พัฒนาและผลิตโดยทีมงานไทยในจังหวัดปทุมธานีเราภูมิใจที่เป็นบริษัทไทย ที่พัฒนาและผลิตสินค้าทั้งหมดภายในประเทศ โดยมีโรงงานและ R&D Lab อยู่ที่ จ.ปทุมธานี ทำให้ควบคุมคุณภาพได้ทุกขั้นตอน และสามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะของตลาดไทยได้อย่างแม่นยำได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2015โรงงานผลิตของเราได้รับรองมาตรฐาน ISO ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพของทุกล็อตสินค้า ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเสถียรของสูตรสีคำถามที่พบบ่อย (FAQ) Q: Top Paint เหมาะกับลูกค้ากลุ่มไหนบ้าง? A: เราผลิตและจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม ได้แก่ ช่างสีมืออาชีพ อู่รถยนต์ โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ผู้รับเหมาโครงการ และเจ้าของบ้านทั่วไป รวมถึงรับจ้างทำ OEM Q: สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ไหน? A: สินค้าของเราจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ และสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.toppaint.co.thQ: หากต้องการคำแนะนำด้านเทคนิคหรือสูตรสีพิเศษต้องติดต่อใคร? A: เรามีทีมเทคนิคที่ให้คำปรึกษาได้โดยตรง สามารถติดต่อผ่าน Line หรือโทรศัพท์บนหน้าเว็บไซต์หลักได้เลยสรุป: สีที่ใช่ นวัตกรรมที่เข้าใจคนไทยTop Paint Perfect ไม่ได้เป็นแค่ “ผู้ผลิตสี” แต่เป็นพาร์ตเนอร์ของช่างมืออาชีพและคนรักบ้านทั่วไทย ด้วยประสบการณ์ 51 ปีในวงการ สีของเราถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานจริงในเมืองไทย—ไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคาร รถยนต์ หรือโรงงาน เราคือผู้อยู่เบื้องหลัง “ผลงานที่ทน ทาแล้วสวย ใช้แล้วจบ”
Bangkok BankFinancial/Banking/Securities
โครงการ Bualuang Save the Earth ตอน “บัวหลวงรักษ์ป่า” สร้างป่าหลากสี 1,000 ต้น
ปลูกป่าหลากสี – ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)ธนาคารกรุงเทพ นำโดยนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ (ที่ 6 จากซ้าย)นายอภิวัฒน์ ปุณโณปกรณ์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ (ที่ 3 จากขวา)นายสุวิทย์ อินทรเฉลิม เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ (ขวาสุด)นางสาวฐิติมา จิรเศรษฐสิริ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่ายผู้จัดการใหญ่ (ที่ 4 จากขวา)นายนิธิรุจน์ สิริรุจิพัฒน์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ผู้จัดการภาคกลาง 3 (ที่ 2 จากขวา)ร่วมกับพันธมิตรนายรอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ที่ 5 จากซ้าย)นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (ที่ 6 จากขวา)นายชำนาญ สมบัตินิมิต ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี (ที่ 5 จากขวา)นาวาโททรงกลด ปักษิณ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 13 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ที่ 3 จากซ้าย)นายชูชาติ วรรณขำ ประธานคณะกรรมการเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดเพชรบุรี (ที่ 2 จากซ้าย)นายสุเทพ พิมพ์ศิริ คณะทำงานกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ (ที่ 4 จากซ้าย)นายศิริรัตน์ กุลวัฒน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านถ้ำเสือ (ซ้ายสุด)พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บริหาร พนักงานธนาคารกรุงเทพกลุ่ม Bualuang Green Team, กลุ่มบัวหลวงจิตอาสา และชุมชนบ้านถ้ำเสือ รวมกว่า 150 คน จัดกิจกรรม “บัวหลวงรักษ์ป่า ตอน ปลูกป่าหลากสี” ปลูกพันธุ์ไม้จำนวน 1,000 ต้น บนพื้นที่ภูเขา เพื่อพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติป่าแก่งกระจานในอนาคต และเพิ่มความสมบูรณ์ให้ป่าด้วยกิจกรรมปั้นและยิงดินเมล็ดพันธุ์เพิ่มความหลากหลายของพืชพรรณ ณ ป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ Bualuang Save the Earth ที่ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของธนาคารกรุงเทพ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้แก่พนักงาน ควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน ตามเจตนารมณ์ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน”ทั้งนี้ พื้นที่ป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ มีการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างจริงจังเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ จนได้รับการยกให้เป็น 1 ใน 15 ป่าชุมชนต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนการจัดการป่าชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับกรมป่าไม้และภาคีเครือข่ายมีแนวทางจะพัฒนาพื้นที่ป่าชุมชนต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียวที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน สอดคล้องตามแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของธนาคารกรุงเทพอีกด้วยExplore by Category
Discover stories organized by the topics that matter most to your businessProduct Launch & Innovation
New products, features, and innovative solutions
Awards & Recognition News
Company achievements, awards, and recognition
Leadership & Executive Insights
Combine research findings with AI-generated definitions for accuracy.
CSR & Sustainability Practices
Environmental initiatives, CSR activities, and sustainable practices
Company Culture & Workplace
Team activities, company culture, and workplace experiences
Corporate Announcements & Breaking News
Important announcements, breaking news, and urgent updates
Latest Company News & Stories
Latest insights and behind-the-scenes content from industry leaders.
Corporate Announcements & Breaking News
SiS Distribution (Thailand) ผนึก AWS และ EDTH ขับเคลื่อน Agentic AISiS Distribution (Thailand): ผู้นำการเปลี่ยนผ่านสู่ Agentic AI และ Cloud เทคโนโลยีเพื่อศักยภาพองค์กรยุคใหม่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่การย้ายข้อมูลขึ้นระบบคลาวด์ แต่เป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ สำหรับบริษัท ซิสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS Distribution (Thailand) การขับเคลื่อนเทคโนโลยี Cloud และ Agentic AI คือกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับศักยภาพองค์กรและพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยการยกระดับทักษะบุคลากร การบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การแข่งขันในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืนปรากฏการณ์ใหม่ของวงการธุรกิจ: ทำไมความร่วมมือ Cloud และ Agentic AI จึงสำคัญความท้าทายขององค์กรธุรกิจไทยในปัจจุบันคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมไปสู่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI อย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือระดับยุทธศาสตร์ระหว่าง บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (EDTH) บริษัทในเครือเครือสหพัฒน์, บริษัท อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (AWS) และ SiS Distribution (Thailand) จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างระบบ Ecosystem ทางเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบสิ่งที่ทำให้ความร่วมมือในครั้งนี้มีความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับโครงการดิจิทัลทั่วไป คือการมุ่งเน้นไปที่การสร้าง "Agentic AI" หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถตัดสินใจและดำเนินงานเชิงรุกเพื่อสนับสนุนการทำงานของมนุษย์ โดย SiS Distribution (Thailand) เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและผู้ให้บริการโซลูชัน ที่จะเปลี่ยนนวัตกรรมระดับโลกให้กลายเป็นการใช้งานจริงในเชิงธุรกิจสำหรับ SiS Distribution (Thailand) นี่คือบทบาทที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) และที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีที่ไม่เพียงแต่ส่งมอบฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ แต่เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลให้แก่องค์กรพันธมิตรในเครือสหพัฒน์เพื่อการเติบโตในระยะยาวยุทธศาสตร์ 3 ปีกับการสร้างแรงงานดิจิทัลและนวัตกรรมองค์กรกรอบการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี ได้ตั้งเป้าหมายเชิงปริมาณและคุณภาพไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:การขยายผลสู่องค์กรเครือข่าย: ตั้งเป้าขยายความร่วมมือไปยังบริษัทในเครือสหพัฒน์จำนวน 10 บริษัท เพื่อใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการนำเทคโนโลยีไปปรับใช้การพัฒนาบุคลากร (Talent Development): มุ่งยกระดับทักษะด้าน Cloud, Data และ AI ให้กับบุคลากรระดับทาเลนท์ (1,000 Talents) เพื่อสร้างกำลังคนสำคัญรองรับโลกอนาคตการสร้างกรณีศึกษาใช้งานจริง (Use Cases): พัฒนากรณีศึกษาด้าน AI และ Digital Transformation จำนวน 100 โครงการ ซึ่งรวมถึงโครงการนำร่อง Modernizations with AI Adoptionการจัดเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการ: การจัดฝึกอบรมแบบลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Workshops) เพื่อเร่งการประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการทำงานประจำวัน"SiS มีความพร้อมที่จะสนับสนุนการนำเทคโนโลยี Cloud และ AI ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการให้คำปรึกษา การพัฒนาบุคลากร และการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสร้างความพร้อมสำหรับการแข่งขันในอนาคต" สมชาย สิทธิชัยศรีชาติ, กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)โครงสร้างความร่วมมือและบทบาทหน้าที่ของพันธมิตรความสำเร็จของการยกระดับเทคโนโลยีในครั้งนี้ อาศัยการประสานพลังจาก 3 ภาคส่วนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างลงตัว:บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (EDTH): ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง (Central Hub) ในการคัดเลือกองค์กรที่มีความพร้อม ประสานงานการจัดฝึกอบรม และขับเคลื่อนการสร้างความสามารถด้าน Agentic AI ทั่วทั้งเครือข่ายAmazon Web Services (Thailand) Co., Ltd. (AWS): สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ผ่าน AWS Thailand Region ซึ่งช่วยให้การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเกิดขึ้นภายในประเทศ ตอบโจทย์กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) พร้อมลดความหน่วง (Low Latency) และเพิ่มความเสถียรของระบบบริษัท ซิสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SIS): ทำหน้าที่จัดหาเครื่องมือ เทคโนโลยี ให้คำปรึกษาเชิงลึก จัดเวิร์กชอปปฏิบัติการ และถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้แต่ละองค์กรสามารถนำโซลูชันไปปรับใช้ได้จริงตามจังหวะความพร้อมของตนเองมุมมองจากผู้บริหารของ AWS Thailand อย่าง คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการข้อมูลภายในประเทศไว้ว่า:"องค์กรทั่วประเทศไทยกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพื่อนำ AI และข้อมูลมาเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงาน ด้วย AWS Thailand Region ทำให้บริษัทในเครือสหพัฒน์สามารถประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลในท้องถิ่น สอดคล้องกับข้อกำหนด PDPA และสร้างโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีความหน่วงต่ำลงและมีความเสถียรยิ่งขึ้น เรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับ EDTH และ SIS เพื่อช่วยพัฒนาขีดความสามารถด้าน Agentic AI ทั่วทั้งเครือข่าย เพื่อให้แต่ละบริษัทสามารถปรับปรุงระบบให้ทันสมัยในจังหวะของตนเอง พร้อมสร้างทักษะที่สะสมเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลา"จุดเด่นที่แตกต่างที่ทำให้ SiS Distribution (Thailand) โดดเด่นในยุทธศาสตร์นี้ในตลาดการจัดจำหน่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ สิ่งที่ทำให้ SiS Distribution (Thailand) แตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น คือการไม่ได้มองตนเองเป็นเพียงผู้ค้าส่งสินค้า IT แต่เป็น "Enabler" หรือผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างครบวงจรในโครงการนี้ SiS Distribution (Thailand) ได้รวมเอาความเชี่ยวชาญด้านระบบคลาวด์ การบริหารจัดการข้อมูล และการประยุกต์ใช้ AI มาบูรณาการเข้าด้วยกัน การนำแนวคิด Agentic AI มาใช้นั้นต้องการมากกว่าแค่ซอฟต์แวร์ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจในกระบวนการทำงานของธุรกิจ (Business Process) ซึ่ง SiS Distribution (Thailand) มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและจัดทำ Hands-on Workshop เพื่อให้พนักงานในองค์กรพันธมิตรสามารถใช้งานเครื่องมือ AI ได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนรู้ทฤษฎีนอกจากนี้ การที่ SiS Distribution (Thailand) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีประวัติยาวนานในการให้บริการโซลูชันระดับองค์กร ทำให้พันธมิตรอย่าง AWS และ EDTH มั่นใจในความสามารถด้านการส่งมอบบริการ การบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ และการสนับสนุนทางเทคนิคที่ครอบคลุมทั่วประเทศวิสัยทัศน์ของผู้นำเครือสหพัฒน์ได้สะท้อนถึงความสำคัญของการวางรากฐานเทคโนโลยีในครั้งนี้:"วันนี้ AI และ Data กำลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจ EDTH มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความรู้และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในเครือข่าย เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมรับมือและเติบโตอย่างยั่งยืน ความร่วมมือกับ AWS และ SIS ในครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างรากฐานด้าน Cloud, Data และ AI เพื่อยกระดับพนักงาน ระบบการทำงาน และความสามารถในการแข่งขันระยะยาวขององค์กร" คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา, ประธานกรรมการ เครือสหพัฒน์ผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมายและการสร้างคุณค่าในอนาคตการขับเคลื่อนโครงการนี้โดย SiS Distribution (Thailand) และพันธมิตร ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อกลุ่มเป้าหมายในหลากหลายมิติ:สำหรับพนักงานและคนทำงาน (Workers & HR): ได้รับโอกาสในการรีสกิลและอัพสกิล (Reskill & Upskill) ทักษะแห่งอนาคต ทั้ง Cloud, Data และ Agentic AI ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณค่าในการทำงานและลดภาระงานซ้ำซ้อนสำหรับนักลงทุน (Investors): การที่ SiS Distribution (Thailand) ขยายบทบาทเข้าสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน AI และ Cloud ระดับสูง ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง AWS และกลุ่มธุรกิจชั้นนำอย่างเครือสหพัฒน์ ช่วยสร้างความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตและการสร้างรายได้จากบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Services)สำหรับลูกค้าและองค์กรธุรกิจ (Customers & Enterprises): ได้รับโซลูชันเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากกรณีศึกษาจริง สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างชัดเจนFrequently Asked Questionsความร่วมมือระหว่าง SiS Distribution (Thailand), EDTH และ AWS มีวัตถุประสงค์หลักอย่างไร?ความร่วมมือนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเทคโนโลยี Cloud, Data และ AI โดยเฉพาะ Agentic AI มาประยุกต์ใช้ในเครือข่ายธุรกิจ เพื่อยกระดับทักษะพนักงาน เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล และสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืนโครงการนี้มีเป้าหมายหลักอะไรบ้างภายในระยะเวลา 3 ปี?เป้าหมายหลักในแผนดำเนินงาน 3 ปี ได้แก่ การขยายความร่วมมือไปยัง 10 บริษัทในเครือข่าย, การพัฒนาทักษะด้าน Cloud, Data และ AI ให้แก่บุคลากร 1,000 คน (1,000 Talents) และการสร้างกรณีศึกษาด้าน AI และ Digital Transformation จำนวน 100 โครงการบทบาทเฉพาะของ SiS Distribution (Thailand) ในโครงการนี้คืออะไร?SiS Distribution (Thailand) ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยีจริง ผ่านการให้คำปรึกษา การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Hands-on Workshops) การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการจัดหาเครื่องมือเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ นำ Cloud และ AI ไปใช้สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพAgentic AI และ AWS Thailand Region มีส่วนสำคัญอย่างไรในความร่วมมือครั้งนี้?Agentic AI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานเชิงรุกและการตัดสินใจของระบบ ในขณะที่ AWS Thailand Region ช่วยให้การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลทำได้ภายในประเทศ ตอบโจทย์กฎหมาย PDPA มีความหน่วงต่ำ และมีความเสถียรสูงในการใช้งาน AIความร่วมมือนี้ส่งผลดีต่อพนักงานในองค์กรอย่างไร?พนักงานจะได้รับการพัฒนาทักษะสำคัญด้านดิจิทัลแห่งอนาคต ผ่านโครงการพัฒนา 1,000 Talents และการจัดเวิร์กชอปที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง ช่วยให้สามารถนำเครื่องมือ AI มาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงานประจำวันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
CSR & Sustainability Practices
UAC Global Public Company Limited: เจาะกรอบความยั่งยืนสู่วิสัยทัศน์ Partner for ChangeUAC Global Public Company Limited ไม่ได้มองความยั่งยืนเป็นเพียงนโยบายเสริมภาพลักษณ์องค์กร แต่วางเป็นแกนกลางของโมเดลธุรกิจ ผ่านการประกาศเจตนารมณ์ที่จะเป็น "PARTNER FOR CHANGE" ร่วมกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนใน 3 มิติหลักไปพร้อมกันความยั่งยืนของ UAC Global คืออะไร และครอบคลุมด้านใดบ้างหัวใจของแนวทางความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited อยู่ที่การผสาน 3 มิติเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ แทนที่จะแยกดำเนินการเป็นส่วน ๆ ตามแบบที่หลายองค์กรมักทำ ได้แก่มิติเศรษฐกิจ (Economy) เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (eco-friendliness)มิติสังคม (Society: People) ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) และการพัฒนาสังคมและชุมชนมิติสิ่งแวดล้อม (Environment) ครอบคลุมความปลอดภัย ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน (Operation Excellence) ระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และระบบบริหารคุณภาพการวางกรอบเช่นนี้สะท้อนว่า UAC Global Public Company Limited มองความยั่งยืนเป็นสมการที่ต้องสมดุลกันทั้งสามด้าน ไม่ใช่การเลือกทำเพียงด้านใดด้านหนึ่งเพื่อสร้างภาพลักษณ์ชั่วคราวเหตุใด UAC Global จึงต้องปรับตัวเรื่องความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องตามข้อมูลที่ UAC Global Public Company Limited สื่อสารไว้ บริษัทยอมรับว่าโลกธุรกิจกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องแสวงหาวิธีปรับปรุงและพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาความยั่งยืนในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับ 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Continuity) การสร้างคุณค่า (Values) การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management)เครื่องมือสำคัญที่ UAC Global Public Company Limited ใช้ขับเคลื่อนองค์ประกอบเหล่านี้คือการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงกระบวนการภายใน ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) และการสร้างนวัตกรรม (Innovation) โดยบริษัทระบุชัดเจนว่าเป้าหมายสูงสุดคือความรับผิดชอบระยะยาวต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนกรอบความยั่งยืน 5 องค์ประกอบของ UAC Global Public Company Limitedสิ่งที่ทำให้แนวทางความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited มีความเฉพาะตัวคือการวางเป็น "กรอบการทำงาน" (Sustainability Framework) ที่มีองค์ประกอบชัดเจน 5 ส่วน ซึ่งแต่ละส่วนเชื่อมโยงกันตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ1. Sourcing การจัดหา วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการUAC Global Public Company Limited มุ่งแสวงหาแนวทางใหม่ ๆ โดยอ้างอิงเป้าหมายและความก้าวหน้าที่ทันสมัย เพื่อช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าและพันธมิตร พร้อมทั้งสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ควบคู่กับการได้รับการรับรองและการยอมรับในระดับสากล2. Encouraging การส่งเสริมและสนับสนุนบริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งของบริษัทเอง ลูกค้า และพันธมิตร รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และทรัพยากรบุคคล3. Foresee วิสัยทัศน์ โอกาส และแนวคิดUAC Global Public Company Limited วางเป้าหมายในการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจล่วงหน้า ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการ พร้อมความสามารถในการบริหารและควบคุมความเสี่ยง เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่บริษัท พันธมิตร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย4. One-Stop Service บริการครบวงจรบริษัทมุ่งมอบบริการที่เป็นเลิศแก่พันธมิตรและลูกค้า เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์และสร้างความพึงพอใจอย่างครบถ้วนในจุดเดียว5. Experience การส่งมอบและการดูแลลูกค้าUAC Global Public Company Limited ให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศผ่านผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อตอบแทนด้วยการเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกันของบริษัท พันธมิตร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มจุดที่ทำให้แนวทางของ UAC Global แตกต่างจากองค์กรทั่วไปหลายองค์กรมักพูดถึงความยั่งยืนในเชิงนามธรรม เช่น "ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" หรือ "ดูแลพนักงาน" โดยไม่มีโครงสร้างรองรับที่ชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้ UAC Global Public Company Limited แตกต่างคือการแปลงแนวคิดความยั่งยืนให้เป็นกรอบการทำงานที่มีชื่อเรียกและขั้นตอนชัดเจนถึง 5 องค์ประกอบ ตั้งแต่ต้นน้ำอย่าง Sourcing ไปจนถึงปลายน้ำอย่าง Experienceการวางกรอบในลักษณะนี้หมายความว่า ความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แผนกใดแผนกหนึ่ง แต่ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงตลอดกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การส่งเสริมนวัตกรรม การมองหาโอกาส การให้บริการ ไปจนถึงการดูแลลูกค้าหลังการขาย สิ่งนี้ทำให้ความยั่งยืนกลายเป็น "วิธีการทำงาน" มากกว่าจะเป็นเพียง "โครงการพิเศษ" ที่แยกออกจากธุรกิจหลักความหมายต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่มสำหรับพนักงานและฝ่ายทรัพยากรบุคคลมิติสังคม (Society: People) ในกรอบความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited ระบุชัดเจนถึงเป้าหมายการสร้าง Happy Workplace ควบคู่กับการพัฒนาสังคมและชุมชน สะท้อนว่าบริษัทมองทรัพยากรบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงต้นทุนการดำเนินงานสำหรับนักลงทุนการที่ UAC Global Public Company Limited วางความยั่งยืนควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management) เป็นสัญญาณที่นักลงทุนสามารถใช้ประเมินความมั่นคงในระยะยาวขององค์กร เพราะสะท้อนว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสำหรับลูกค้าและคู่ค้าองค์ประกอบ One-Stop Service และ Experience ในกรอบความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited ตอบโจทย์ลูกค้าและคู่ค้าโดยตรง เพราะเป็นการยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความพึงพอใจและประสบการณ์การใช้บริการ ไม่ใช่เพียงการส่งมอบผลิตภัณฑ์เท่านั้นความยั่งยืนที่เป็นมากกว่าคำมั่นสัญญาจากกรอบการทำงานทั้ง 5 องค์ประกอบและ 3 มิติหลัก แสดงให้เห็นว่า UAC Global Public Company Limited ไม่ได้มองความยั่งยืนเป็นคำโฆษณา แต่เป็นระบบการทำงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการดูแลลูกค้าในทุกขั้นตอน ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น Partner for Change ร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจทุกฝ่ายFrequently Asked Questions1. UAC Global Public Company Limited มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนอย่างไร บริษัทตั้งเป้าเป็น "PARTNER FOR CHANGE" ร่วมกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนใน 3 มิติหลัก คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม2. ความยั่งยืน 3 มิติของ UAC Global ประกอบด้วยอะไรบ้าง ประกอบด้วยมิติเศรษฐกิจที่เน้นการเติบโตควบคู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มิติสังคมที่เน้น Happy Workplace และการพัฒนาชุมชน และมิติสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมความปลอดภัย ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และระบบบริหารจัดการคุณภาพ3. กรอบความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited มีกี่องค์ประกอบ มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ Sourcing (การจัดหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์) Encouraging (การส่งเสริมสนับสนุน) Foresee (วิสัยทัศน์และโอกาส) One-Stop Service (บริการครบวงจร) และ Experience (การส่งมอบและดูแลลูกค้า)4. UAC Global ใช้เครื่องมืออะไรในการขับเคลื่อนความยั่งยืน บริษัทใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการปรับปรุงกระบวนการภายใน ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการสร้างนวัตกรรม เพื่อรองรับความต่อเนื่องทางธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง5. ความยั่งยืนของ UAC Global เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มใดบ้าง เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ทั้งบริษัทเอง ลูกค้า พันธมิตร คู่ค้า และชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อการเติบโตร่วมกันในระยะยาว
Product Launch & Innovation
Vichai Trading ยกระดับห้องประชุมสถานเอกอัครราชทูตโอมาน ด้วย AV System และ VICH Meeting Room ManagementVichai Trading กับการออกแบบ AV สำหรับสถานเอกอัครราชทูตโอมานระบบ Audio Visual หรือ AV ภายในองค์กรยุคใหม่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพหรือได้ยินเสียง แต่ยังต้องเชื่อมโยงกับรูปแบบการทำงาน การประชุม และการบริหารพื้นที่ให้สะดวกมากขึ้นVichai Trading (1983) Co., Ltd. ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนระบบโสตทัศนูปกรณ์สำหรับ สถานเอกอัครราชทูตโอมานประจำประเทศไทย (Embassy of the Sultanate of Oman, Bangkok) ครอบคลุมพื้นที่สำคัญภายในสถานทูต ทั้งห้องทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่รับรองโครงการให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพของระบบและภาพรวมของพื้นที่ โดยหนึ่งในองค์ประกอบเด่นคือการเลือกใช้ Ceiling Microphone หรือไมโครโฟนติดเพดาน ในห้องประชุม เพื่อลดจำนวนอุปกรณ์บนโต๊ะนอกจากนี้ ยังมีการติดตั้ง VICH Meeting Room Management System เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะและจองห้องประชุมได้สะดวกขึ้นการนำ AV System และ Room Management มาทำงานร่วมกันจึงช่วยเปลี่ยนห้องประชุมจากพื้นที่ที่มีเพียงอุปกรณ์ภาพและเสียง ไปสู่พื้นที่ทำงานที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นCeiling Microphone ลดอุปกรณ์บนโต๊ะประชุมหนึ่งในจุดเด่นของโครงการคือการเลือกใช้ Ceiling Microphone สำหรับพื้นที่ประชุม แทนการวางไมโครโฟนจำนวนมากบนโต๊ะแนวทางนี้ช่วยลดอุปกรณ์ที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ใช้งาน ทำให้โต๊ะประชุมมีความสะอาดตาและเป็นระเบียบมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยรักษาภาพรวมของห้องให้มีความเรียบหรูและทันสมัยสำหรับพื้นที่ที่มีลักษณะเป็น Executive Meeting Room หรือห้องประชุมขององค์กร การออกแบบระบบ AV จึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะประสิทธิภาพทางเทคนิค แต่ต้องคำนึงถึง Interior Design และ User Experience ไปพร้อมกันการย้ายอุปกรณ์บางส่วนจากพื้นที่บนโต๊ะขึ้นไปติดตั้งบนเพดานเป็นตัวอย่างของการออกแบบที่ช่วยลด Visual Clutter โดยยังคงฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับการประชุมในมุมของ Systems Integration วิธีคิดเช่นนี้สะท้อนว่าอุปกรณ์ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดเด่นของห้องเสมอไป แต่สามารถทำงานอยู่เบื้องหลังและปล่อยให้สถาปัตยกรรม เฟอร์นิเจอร์ และภาพลักษณ์ของสถานที่ยังคงเป็นองค์ประกอบหลักของพื้นที่ได้Smart Meeting Room ต้องมากกว่าระบบภาพและเสียงรูปแบบการทำงานในปัจจุบันทำให้ Meeting Room Technology ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงไมโครโฟน ลำโพง และจอภาพอีกหนึ่งโจทย์คือ การบริหารห้องประชุม โดยเฉพาะในองค์กรที่มีพื้นที่หลายห้องและมีผู้ใช้งานหลายกลุ่ม เพราะก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น ผู้ใช้งานต้องทราบว่าห้องใดว่าง ห้องใดถูกจอง และสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการได้หรือไม่ในโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมาน Vichai Trading จึงติดตั้ง VICH ซึ่งเป็น Meeting Room Booking and Management System เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจัดการห้องประชุมข้อมูลของ VICH ระบุว่า ระบบถูกออกแบบให้สามารถบริหารและจองห้องประชุมแบบ Real-time และสามารถเข้าถึงการใช้งานจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เมื่อ Room Booking System ถูกนำมาเชื่อมกับพื้นที่ที่มี Professional AV อยู่แล้ว ประสบการณ์การใช้งานจึงสามารถครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนก่อนเข้าห้องประชุมไปจนถึงการใช้งานภายในห้องนี่เป็นหนึ่งในแนวทางของ Smart Workplace ที่เทคโนโลยีช่วยสนับสนุนทั้ง “พื้นที่” และ “กระบวนการทำงาน” ไปพร้อมกันVICH ช่วยให้การจองและบริหารห้องประชุมเป็นระบบVICH เป็นระบบ Meeting Room Booking and Management ที่พัฒนาภายใต้ Vichai Trading (1983) Co., Ltd. โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยจัดการพื้นที่ประชุมให้สะดวกมากขึ้นระบบรองรับการตรวจสอบสถานะและจองห้องประชุมแบบ Real-time ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบ Availability ก่อนเลือกห้องและช่วงเวลาที่ต้องการจุดสำคัญของระบบลักษณะนี้คือการลดขั้นตอนที่ผู้ใช้งานต้องตรวจสอบข้อมูลจากหลายช่องทาง และช่วยสร้างข้อมูลสถานะของห้องประชุมที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นสำหรับโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมาน การติดตั้ง VICH จึงช่วยเสริมระบบ AV ที่อยู่ภายในห้องด้วยระบบบริหารจัดการก่อนเริ่มใช้งานจริงเมื่อพิจารณาร่วมกัน AV System ทำหน้าที่สนับสนุนประสบการณ์ระหว่างการประชุม ขณะที่ Meeting Room Management ช่วยจัดการการเข้าถึงและการใช้ทรัพยากรห้องประชุมการเชื่อมสององค์ประกอบนี้ทำให้ Technology Solution ครอบคลุม Workflow ของผู้ใช้งานมากขึ้น ตั้งแต่ค้นหาห้อง จองพื้นที่ ไปจนถึงเข้าประชุมและใช้งานระบบภายในห้องAV System ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงภาพลักษณ์ของพื้นที่พื้นที่ของสถานเอกอัครราชทูตมีทั้งฟังก์ชันการทำงาน การประชุม และการรับรองแขก ดังนั้นระบบเทคโนโลยีที่นำมาใช้จึงต้องสามารถทำงานร่วมกับภาพลักษณ์ของสถานที่ได้โครงการนี้ครอบคลุม ห้องทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่รับรอง โดยรายละเอียดที่เห็นได้ชัดจากข้อมูลของ Vichai Trading คือการลดอุปกรณ์บนโต๊ะด้วย Ceiling Microphoneแนวคิดดังกล่าวสะท้อนหลักของ Invisible Technology หรือการทำให้เทคโนโลยีกลมกลืนไปกับพื้นที่มากที่สุดเท่าที่รูปแบบการใช้งานอนุญาตสำหรับ Professional AV Systems Integrator การออกแบบจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่าง Function และ Environmentระบบต้องตอบโจทย์ด้านเสียงและภาพ แต่ขณะเดียวกันตำแหน่งของอุปกรณ์ รูปแบบการติดตั้ง และ Interface สำหรับผู้ใช้งานก็ไม่ควรสร้างความซับซ้อนที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะในพื้นที่รับรองและห้องประชุมระดับองค์กร การรักษาความเรียบร้อยของโต๊ะ ผนัง และองค์ประกอบภายในห้อง สามารถช่วยให้เทคโนโลยีสนับสนุนภาพลักษณ์ของพื้นที่แทนที่จะกลายเป็นสิ่งที่รบกวนสายตาจาก System Integration สู่ User ExperienceVichai Trading ระบุว่าบริษัทดำเนินงานในฐานะ Full-service Professional AV Systems Integrator โดยให้บริการตั้งแต่ Consulting and Design, Installation, Project Management ไปจนถึง After-sales Serviceแนวทางของบริษัทคือการพัฒนา Tailored Solutions ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า โดยพิจารณาทั้ง Purpose of Use และ Value for Investmentเมื่อนำแนวคิดดังกล่าวมามองผ่านโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมาน จะเห็นว่าการออกแบบไม่ได้เน้นการเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ แต่เลือกเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานCeiling Microphone ช่วยลดอุปกรณ์บนโต๊ะ ขณะที่ VICH ช่วยลดความซับซ้อนในการตรวจสอบและจองห้องประชุมทั้งสององค์ประกอบจึงมีจุดร่วมเดียวกัน คือการทำให้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนผู้ใช้งานโดยไม่สร้างขั้นตอนหรือสิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็นนี่เป็นหนึ่งในหลักสำคัญของ Professional AV System Integration เพราะระบบที่มีประสิทธิภาพไม่ได้วัดจากจำนวนอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถของระบบในการตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริงด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปีของ Vichai Trading ใน Professional AVVichai Trading (1983) Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1983 โดยคุณกิตติศักดิ์ สบโชคชัย และเว็บไซต์ของ Vichai Group ระบุว่าเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Professional AV Systems Integratorตลอดเวลากว่า 40 ปี บริษัทพัฒนาจากธุรกิจขนาดเล็กสู่ผู้ให้บริการ AV Solutions และปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Vichai Group ซึ่งมีบริษัทในกลุ่มทำงานครอบคลุมทั้ง System Integration, Distribution และ After-sales Serviceขอบเขตของ Vichai Trading ครอบคลุม Audio Systems, Visual Systems, Lighting Systems, Conference Systems และ Control Systems โดยสามารถให้บริการกับพื้นที่หลายขนาดและหลายประเภทเว็บไซต์บริษัทยังมีการรวบรวมโครงการในกลุ่ม Corporate และ Government & State Enterprises ซึ่งแสดงให้เห็นประสบการณ์ในการพัฒนาระบบสำหรับองค์กรที่มีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันประสบการณ์จากหลาย Market Segment ช่วยให้ System Integration ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกผลิตภัณฑ์ แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจว่าพื้นที่นั้นมีวัตถุประสงค์อะไร ใครเป็นผู้ใช้งาน และระบบควรสนับสนุน Workflow อย่างไรระบบประชุมสำหรับองค์กรต้องใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพเว็บไซต์ Vichai Trading ระบุถึงการให้บริการ Conference Systems เป็นหนึ่งในกลุ่มหลักของ System Integration Services โดยทำงานร่วมกับ Audio, Visual และ Control Systemsสำหรับพื้นที่องค์กรและหน่วยงานภาครัฐ บริษัทให้ความสำคัญกับ Conference and Collaboration Systems ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความคุ้มค่าต่อการลงทุนโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมานสะท้อนแนวทางนี้ผ่านการออกแบบที่ไม่ได้มองห้องประชุมเป็นเพียงพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ แต่พิจารณาถึงการใช้งานตั้งแต่ก่อนเริ่มประชุมผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและจองห้องผ่าน VICH จากนั้นจึงเข้าสู่พื้นที่ที่มีระบบ AV รองรับการประชุม โดย Ceiling Microphone ช่วยลดความหนาแน่นของอุปกรณ์บนโต๊ะเมื่อเทคโนโลยีแต่ละส่วนถูกออกแบบให้ทำหน้าที่ของตนเองและเชื่อมกันเป็น Workflow ประสบการณ์การประชุมจึงมีโอกาสที่จะเรียบง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้งานแนวคิดนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของ Smart Meeting Room ซึ่งควรทำให้เทคโนโลยีสนับสนุนการประชุม มากกว่าทำให้ผู้เข้าร่วมต้องเรียนรู้ขั้นตอนที่ซับซ้อนก่อนใช้งานVICH สะท้อนการต่อยอดจาก AV สู่ Workplace Technologyการพัฒนา VICH แสดงให้เห็นอีกมิติหนึ่งของ Vichai Trading นอกเหนือจากการออกแบบและติดตั้ง Hardware สำหรับ Professional AVข้อมูลปัจจุบันของ VICH ระบุว่าเป็น Comprehensive Meeting Room Booking and Management System ที่รวมการจองและการบริหารห้องประชุมเข้าด้วยกัน โดยผู้ใช้งานสามารถบริหารและจองห้องแบบ Real-time จากอุปกรณ์ที่ใช้งานผู้พัฒนาที่ระบุในข้อมูลแอปพลิเคชันคือ Vichai Trading (1983) Company Limitedการมีระบบในกลุ่ม Meeting Room Management ช่วยขยายขอบเขตของ Solution จากอุปกรณ์ภาพและเสียงไปสู่ Software และ Workplace Managementทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวโน้ม Professional AV ที่กำลังเชื่อมกับ IT, Software และ IoT มากขึ้น โดยผู้บริหารของ Vichai Trading เคยให้มุมมองกับ PSNI Global Alliance ว่าอนาคตของ AV จะมีลักษณะ IT-centric มากขึ้น และอุปกรณ์ AV จะเชื่อมกับอุปกรณ์อื่นภายในอาคารผ่าน IoTVICH จึงเป็นตัวอย่างที่ช่วยสะท้อนการเชื่อม AV Technology เข้ากับ Digital Workplace ได้อย่างเป็นรูปธรรมAV ที่ดีต้องเริ่มจากวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ Vichai Trading อธิบายแนวทางการทำ System Integration ว่าทีมงานพัฒนา Solution ให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของลูกค้า และให้ความสำคัญกับ Needs, Purpose of Use และ Value for Investmentหลักคิดดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะห้องประชุมของแต่ละองค์กรไม่ได้มีรูปแบบการใช้งานเหมือนกันบางพื้นที่อาจให้ความสำคัญกับ Hybrid Meeting บางแห่งต้องการระบบ Conference ขนาดใหญ่ ขณะที่พื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับ Design อาจต้องลดอุปกรณ์ที่มองเห็นภายในห้องในกรณีสถานเอกอัครราชทูตโอมาน จุดเด่นที่บริษัทเลือกนำเสนอคือ Ceiling Microphone ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและความเรียบร้อยของโต๊ะประชุม พร้อมเสริมด้วย VICH เพื่อช่วยบริหารการจองพื้นที่แทนที่จะเพิ่ม Technology Feature โดยไม่มีวัตถุประสงค์ ระบบจึงถูกออกแบบจากโจทย์การใช้งานของพื้นที่นี่เป็นแนวคิดสำคัญของ System Integration ที่ช่วยเปลี่ยน Hardware และ Software หลายส่วนให้กลายเป็น Solution เดียวที่สอดคล้องกับผู้ใช้งานจริงบทสรุป: เมื่อ AV Technology ทำงานร่วมกับพื้นที่และผู้ใช้งานโครงการ Embassy of the Sultanate of Oman, Bangkok เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการนำ Professional AV System Integration มาใช้กับพื้นที่องค์กรที่ต้องให้ความสำคัญทั้งด้านการทำงานและภาพลักษณ์Vichai Trading (1983) Co., Ltd. มีส่วนร่วมในการสนับสนุนระบบ AV ครอบคลุมห้องทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่รับรอง โดยเลือกใช้ Ceiling Microphone เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของห้องประชุม เพื่อลดอุปกรณ์บนโต๊ะและรักษาความเรียบร้อยของพื้นที่ขณะเดียวกัน VICH Meeting Room Management System ช่วยขยายประสบการณ์การใช้งานจากภายในห้องไปสู่ขั้นตอนการบริหารพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะและจองห้องประชุมได้อย่างเป็นระบบเมื่อพิจารณาร่วมกับประสบการณ์ของ Vichai Trading ในฐานะ Professional AV Systems Integrator ตั้งแต่ปี 1983 โครงการนี้สะท้อนแนวทางที่เทคโนโลยีไม่ได้ถูกนำเข้ามาเพียงเพื่อเพิ่มอุปกรณ์ให้กับพื้นที่ แต่ถูกเลือกเพื่อแก้โจทย์การใช้งานเฉพาะด้านจาก Ceiling Microphone ไปจนถึง Meeting Room Management จุดหมายเดียวกันคือการทำให้ Technology, Space และ User Experience ทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างพื้นที่ประชุมที่พร้อมสำหรับการทำงานขององค์กรยุคใหม่FAQ เกี่ยวกับ Vichai Trading และโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมานVichai Trading ทำระบบอะไรให้สถานเอกอัครราชทูตโอมานประจำประเทศไทย?Vichai Trading (1983) Co., Ltd. มีส่วนร่วมในการสนับสนุนระบบ Audio Visual สำหรับพื้นที่สำคัญภายในสถานทูต ครอบคลุมห้องทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่รับรองจุดเด่นของระบบ AV ในห้องประชุมคืออะไร?หนึ่งในจุดเด่นคือการใช้ Ceiling Microphone หรือไมโครโฟนติดเพดาน ซึ่งช่วยลดอุปกรณ์บนโต๊ะประชุม ทำให้พื้นที่ดูเรียบร้อยและสอดคล้องกับการออกแบบห้องมากขึ้นVICH คืออะไร?VICH เป็น Meeting Room Booking and Management System ของ Vichai Trading (1983) Co., Ltd. สำหรับช่วยบริหารและจองห้องประชุม รวมถึงตรวจสอบสถานะห้องแบบ Real-timeVICH ถูกติดตั้งในโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมานหรือไม่?ใช่ ข้อมูลโครงการที่ Vichai Trading เผยแพร่ระบุว่ามีการติดตั้ง VICH เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบสถานะและจองห้องประชุมได้สะดวกขึ้นVichai Trading (1983) Co., Ltd. ทำธุรกิจอะไร?Vichai Trading เป็น Full-service Professional AV Systems Integrator ให้บริการตั้งแต่ Consulting and Design, Installation และ Project Management ไปจนถึง After-sales Service โดยครอบคลุม Audio, Visual, Lighting, Conference และ Control SystemsVichai Trading ก่อตั้งเมื่อใด?Vichai Trading (1983) Co., Ltd. ก่อตั้งในปี 1983 โดยคุณกิตติศักดิ์ สบโชคชัย และดำเนินงานในอุตสาหกรรม Professional AV ของประเทศไทยมากกว่า 40 ปีสถานเอกอัครราชทูตโอมานประจำประเทศไทยตั้งอยู่ที่ใด?ข้อมูลปัจจุบันจากกระทรวงการต่างประเทศโอมานระบุว่า Embassy of the Sultanate of Oman in Bangkok ตั้งอยู่ที่ Supalai Icon Sathorn Building ชั้น 14 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 ประเทศไทย
Corporate Announcements & Breaking News
SiS Distribution (Thailand) ผนึก AWS และ EDTH ขับเคลื่อน Agentic AISiS Distribution (Thailand): ผู้นำการเปลี่ยนผ่านสู่ Agentic AI และ Cloud เทคโนโลยีเพื่อศักยภาพองค์กรยุคใหม่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่การย้ายข้อมูลขึ้นระบบคลาวด์ แต่เป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ สำหรับบริษัท ซิสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS Distribution (Thailand) การขับเคลื่อนเทคโนโลยี Cloud และ Agentic AI คือกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับศักยภาพองค์กรและพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยการยกระดับทักษะบุคลากร การบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การแข่งขันในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืนปรากฏการณ์ใหม่ของวงการธุรกิจ: ทำไมความร่วมมือ Cloud และ Agentic AI จึงสำคัญความท้าทายขององค์กรธุรกิจไทยในปัจจุบันคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมไปสู่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI อย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือระดับยุทธศาสตร์ระหว่าง บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (EDTH) บริษัทในเครือเครือสหพัฒน์, บริษัท อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (AWS) และ SiS Distribution (Thailand) จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างระบบ Ecosystem ทางเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบสิ่งที่ทำให้ความร่วมมือในครั้งนี้มีความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับโครงการดิจิทัลทั่วไป คือการมุ่งเน้นไปที่การสร้าง "Agentic AI" หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถตัดสินใจและดำเนินงานเชิงรุกเพื่อสนับสนุนการทำงานของมนุษย์ โดย SiS Distribution (Thailand) เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและผู้ให้บริการโซลูชัน ที่จะเปลี่ยนนวัตกรรมระดับโลกให้กลายเป็นการใช้งานจริงในเชิงธุรกิจสำหรับ SiS Distribution (Thailand) นี่คือบทบาทที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) และที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีที่ไม่เพียงแต่ส่งมอบฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ แต่เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลให้แก่องค์กรพันธมิตรในเครือสหพัฒน์เพื่อการเติบโตในระยะยาวยุทธศาสตร์ 3 ปีกับการสร้างแรงงานดิจิทัลและนวัตกรรมองค์กรกรอบการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี ได้ตั้งเป้าหมายเชิงปริมาณและคุณภาพไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:การขยายผลสู่องค์กรเครือข่าย: ตั้งเป้าขยายความร่วมมือไปยังบริษัทในเครือสหพัฒน์จำนวน 10 บริษัท เพื่อใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการนำเทคโนโลยีไปปรับใช้การพัฒนาบุคลากร (Talent Development): มุ่งยกระดับทักษะด้าน Cloud, Data และ AI ให้กับบุคลากรระดับทาเลนท์ (1,000 Talents) เพื่อสร้างกำลังคนสำคัญรองรับโลกอนาคตการสร้างกรณีศึกษาใช้งานจริง (Use Cases): พัฒนากรณีศึกษาด้าน AI และ Digital Transformation จำนวน 100 โครงการ ซึ่งรวมถึงโครงการนำร่อง Modernizations with AI Adoptionการจัดเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการ: การจัดฝึกอบรมแบบลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Workshops) เพื่อเร่งการประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการทำงานประจำวัน"SiS มีความพร้อมที่จะสนับสนุนการนำเทคโนโลยี Cloud และ AI ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการให้คำปรึกษา การพัฒนาบุคลากร และการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสร้างความพร้อมสำหรับการแข่งขันในอนาคต" สมชาย สิทธิชัยศรีชาติ, กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)โครงสร้างความร่วมมือและบทบาทหน้าที่ของพันธมิตรความสำเร็จของการยกระดับเทคโนโลยีในครั้งนี้ อาศัยการประสานพลังจาก 3 ภาคส่วนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างลงตัว:บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (EDTH): ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง (Central Hub) ในการคัดเลือกองค์กรที่มีความพร้อม ประสานงานการจัดฝึกอบรม และขับเคลื่อนการสร้างความสามารถด้าน Agentic AI ทั่วทั้งเครือข่ายAmazon Web Services (Thailand) Co., Ltd. (AWS): สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ผ่าน AWS Thailand Region ซึ่งช่วยให้การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเกิดขึ้นภายในประเทศ ตอบโจทย์กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) พร้อมลดความหน่วง (Low Latency) และเพิ่มความเสถียรของระบบบริษัท ซิสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SIS): ทำหน้าที่จัดหาเครื่องมือ เทคโนโลยี ให้คำปรึกษาเชิงลึก จัดเวิร์กชอปปฏิบัติการ และถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้แต่ละองค์กรสามารถนำโซลูชันไปปรับใช้ได้จริงตามจังหวะความพร้อมของตนเองมุมมองจากผู้บริหารของ AWS Thailand อย่าง คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการข้อมูลภายในประเทศไว้ว่า:"องค์กรทั่วประเทศไทยกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพื่อนำ AI และข้อมูลมาเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงาน ด้วย AWS Thailand Region ทำให้บริษัทในเครือสหพัฒน์สามารถประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลในท้องถิ่น สอดคล้องกับข้อกำหนด PDPA และสร้างโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีความหน่วงต่ำลงและมีความเสถียรยิ่งขึ้น เรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับ EDTH และ SIS เพื่อช่วยพัฒนาขีดความสามารถด้าน Agentic AI ทั่วทั้งเครือข่าย เพื่อให้แต่ละบริษัทสามารถปรับปรุงระบบให้ทันสมัยในจังหวะของตนเอง พร้อมสร้างทักษะที่สะสมเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลา"จุดเด่นที่แตกต่างที่ทำให้ SiS Distribution (Thailand) โดดเด่นในยุทธศาสตร์นี้ในตลาดการจัดจำหน่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ สิ่งที่ทำให้ SiS Distribution (Thailand) แตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น คือการไม่ได้มองตนเองเป็นเพียงผู้ค้าส่งสินค้า IT แต่เป็น "Enabler" หรือผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างครบวงจรในโครงการนี้ SiS Distribution (Thailand) ได้รวมเอาความเชี่ยวชาญด้านระบบคลาวด์ การบริหารจัดการข้อมูล และการประยุกต์ใช้ AI มาบูรณาการเข้าด้วยกัน การนำแนวคิด Agentic AI มาใช้นั้นต้องการมากกว่าแค่ซอฟต์แวร์ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจในกระบวนการทำงานของธุรกิจ (Business Process) ซึ่ง SiS Distribution (Thailand) มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและจัดทำ Hands-on Workshop เพื่อให้พนักงานในองค์กรพันธมิตรสามารถใช้งานเครื่องมือ AI ได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนรู้ทฤษฎีนอกจากนี้ การที่ SiS Distribution (Thailand) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีประวัติยาวนานในการให้บริการโซลูชันระดับองค์กร ทำให้พันธมิตรอย่าง AWS และ EDTH มั่นใจในความสามารถด้านการส่งมอบบริการ การบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ และการสนับสนุนทางเทคนิคที่ครอบคลุมทั่วประเทศวิสัยทัศน์ของผู้นำเครือสหพัฒน์ได้สะท้อนถึงความสำคัญของการวางรากฐานเทคโนโลยีในครั้งนี้:"วันนี้ AI และ Data กำลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจ EDTH มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความรู้และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในเครือข่าย เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมรับมือและเติบโตอย่างยั่งยืน ความร่วมมือกับ AWS และ SIS ในครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างรากฐานด้าน Cloud, Data และ AI เพื่อยกระดับพนักงาน ระบบการทำงาน และความสามารถในการแข่งขันระยะยาวขององค์กร" คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา, ประธานกรรมการ เครือสหพัฒน์ผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมายและการสร้างคุณค่าในอนาคตการขับเคลื่อนโครงการนี้โดย SiS Distribution (Thailand) และพันธมิตร ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อกลุ่มเป้าหมายในหลากหลายมิติ:สำหรับพนักงานและคนทำงาน (Workers & HR): ได้รับโอกาสในการรีสกิลและอัพสกิล (Reskill & Upskill) ทักษะแห่งอนาคต ทั้ง Cloud, Data และ Agentic AI ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณค่าในการทำงานและลดภาระงานซ้ำซ้อนสำหรับนักลงทุน (Investors): การที่ SiS Distribution (Thailand) ขยายบทบาทเข้าสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน AI และ Cloud ระดับสูง ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง AWS และกลุ่มธุรกิจชั้นนำอย่างเครือสหพัฒน์ ช่วยสร้างความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตและการสร้างรายได้จากบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Services)สำหรับลูกค้าและองค์กรธุรกิจ (Customers & Enterprises): ได้รับโซลูชันเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากกรณีศึกษาจริง สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างชัดเจนFrequently Asked Questionsความร่วมมือระหว่าง SiS Distribution (Thailand), EDTH และ AWS มีวัตถุประสงค์หลักอย่างไร?ความร่วมมือนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเทคโนโลยี Cloud, Data และ AI โดยเฉพาะ Agentic AI มาประยุกต์ใช้ในเครือข่ายธุรกิจ เพื่อยกระดับทักษะพนักงาน เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล และสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืนโครงการนี้มีเป้าหมายหลักอะไรบ้างภายในระยะเวลา 3 ปี?เป้าหมายหลักในแผนดำเนินงาน 3 ปี ได้แก่ การขยายความร่วมมือไปยัง 10 บริษัทในเครือข่าย, การพัฒนาทักษะด้าน Cloud, Data และ AI ให้แก่บุคลากร 1,000 คน (1,000 Talents) และการสร้างกรณีศึกษาด้าน AI และ Digital Transformation จำนวน 100 โครงการบทบาทเฉพาะของ SiS Distribution (Thailand) ในโครงการนี้คืออะไร?SiS Distribution (Thailand) ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยีจริง ผ่านการให้คำปรึกษา การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Hands-on Workshops) การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการจัดหาเครื่องมือเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ นำ Cloud และ AI ไปใช้สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพAgentic AI และ AWS Thailand Region มีส่วนสำคัญอย่างไรในความร่วมมือครั้งนี้?Agentic AI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานเชิงรุกและการตัดสินใจของระบบ ในขณะที่ AWS Thailand Region ช่วยให้การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลทำได้ภายในประเทศ ตอบโจทย์กฎหมาย PDPA มีความหน่วงต่ำ และมีความเสถียรสูงในการใช้งาน AIความร่วมมือนี้ส่งผลดีต่อพนักงานในองค์กรอย่างไร?พนักงานจะได้รับการพัฒนาทักษะสำคัญด้านดิจิทัลแห่งอนาคต ผ่านโครงการพัฒนา 1,000 Talents และการจัดเวิร์กชอปที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง ช่วยให้สามารถนำเครื่องมือ AI มาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงานประจำวันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
CSR & Sustainability Practices
UAC Global Public Company Limited: เจาะกรอบความยั่งยืนสู่วิสัยทัศน์ Partner for ChangeUAC Global Public Company Limited ไม่ได้มองความยั่งยืนเป็นเพียงนโยบายเสริมภาพลักษณ์องค์กร แต่วางเป็นแกนกลางของโมเดลธุรกิจ ผ่านการประกาศเจตนารมณ์ที่จะเป็น "PARTNER FOR CHANGE" ร่วมกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนใน 3 มิติหลักไปพร้อมกันความยั่งยืนของ UAC Global คืออะไร และครอบคลุมด้านใดบ้างหัวใจของแนวทางความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited อยู่ที่การผสาน 3 มิติเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ แทนที่จะแยกดำเนินการเป็นส่วน ๆ ตามแบบที่หลายองค์กรมักทำ ได้แก่มิติเศรษฐกิจ (Economy) เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (eco-friendliness)มิติสังคม (Society: People) ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) และการพัฒนาสังคมและชุมชนมิติสิ่งแวดล้อม (Environment) ครอบคลุมความปลอดภัย ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน (Operation Excellence) ระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และระบบบริหารคุณภาพการวางกรอบเช่นนี้สะท้อนว่า UAC Global Public Company Limited มองความยั่งยืนเป็นสมการที่ต้องสมดุลกันทั้งสามด้าน ไม่ใช่การเลือกทำเพียงด้านใดด้านหนึ่งเพื่อสร้างภาพลักษณ์ชั่วคราวเหตุใด UAC Global จึงต้องปรับตัวเรื่องความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องตามข้อมูลที่ UAC Global Public Company Limited สื่อสารไว้ บริษัทยอมรับว่าโลกธุรกิจกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องแสวงหาวิธีปรับปรุงและพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาความยั่งยืนในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับ 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Continuity) การสร้างคุณค่า (Values) การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management)เครื่องมือสำคัญที่ UAC Global Public Company Limited ใช้ขับเคลื่อนองค์ประกอบเหล่านี้คือการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงกระบวนการภายใน ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) และการสร้างนวัตกรรม (Innovation) โดยบริษัทระบุชัดเจนว่าเป้าหมายสูงสุดคือความรับผิดชอบระยะยาวต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนกรอบความยั่งยืน 5 องค์ประกอบของ UAC Global Public Company Limitedสิ่งที่ทำให้แนวทางความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited มีความเฉพาะตัวคือการวางเป็น "กรอบการทำงาน" (Sustainability Framework) ที่มีองค์ประกอบชัดเจน 5 ส่วน ซึ่งแต่ละส่วนเชื่อมโยงกันตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ1. Sourcing การจัดหา วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการUAC Global Public Company Limited มุ่งแสวงหาแนวทางใหม่ ๆ โดยอ้างอิงเป้าหมายและความก้าวหน้าที่ทันสมัย เพื่อช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าและพันธมิตร พร้อมทั้งสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ควบคู่กับการได้รับการรับรองและการยอมรับในระดับสากล2. Encouraging การส่งเสริมและสนับสนุนบริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งของบริษัทเอง ลูกค้า และพันธมิตร รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และทรัพยากรบุคคล3. Foresee วิสัยทัศน์ โอกาส และแนวคิดUAC Global Public Company Limited วางเป้าหมายในการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจล่วงหน้า ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการ พร้อมความสามารถในการบริหารและควบคุมความเสี่ยง เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่บริษัท พันธมิตร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย4. One-Stop Service บริการครบวงจรบริษัทมุ่งมอบบริการที่เป็นเลิศแก่พันธมิตรและลูกค้า เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์และสร้างความพึงพอใจอย่างครบถ้วนในจุดเดียว5. Experience การส่งมอบและการดูแลลูกค้าUAC Global Public Company Limited ให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศผ่านผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อตอบแทนด้วยการเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกันของบริษัท พันธมิตร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มจุดที่ทำให้แนวทางของ UAC Global แตกต่างจากองค์กรทั่วไปหลายองค์กรมักพูดถึงความยั่งยืนในเชิงนามธรรม เช่น "ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" หรือ "ดูแลพนักงาน" โดยไม่มีโครงสร้างรองรับที่ชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้ UAC Global Public Company Limited แตกต่างคือการแปลงแนวคิดความยั่งยืนให้เป็นกรอบการทำงานที่มีชื่อเรียกและขั้นตอนชัดเจนถึง 5 องค์ประกอบ ตั้งแต่ต้นน้ำอย่าง Sourcing ไปจนถึงปลายน้ำอย่าง Experienceการวางกรอบในลักษณะนี้หมายความว่า ความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แผนกใดแผนกหนึ่ง แต่ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงตลอดกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การส่งเสริมนวัตกรรม การมองหาโอกาส การให้บริการ ไปจนถึงการดูแลลูกค้าหลังการขาย สิ่งนี้ทำให้ความยั่งยืนกลายเป็น "วิธีการทำงาน" มากกว่าจะเป็นเพียง "โครงการพิเศษ" ที่แยกออกจากธุรกิจหลักความหมายต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่มสำหรับพนักงานและฝ่ายทรัพยากรบุคคลมิติสังคม (Society: People) ในกรอบความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited ระบุชัดเจนถึงเป้าหมายการสร้าง Happy Workplace ควบคู่กับการพัฒนาสังคมและชุมชน สะท้อนว่าบริษัทมองทรัพยากรบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงต้นทุนการดำเนินงานสำหรับนักลงทุนการที่ UAC Global Public Company Limited วางความยั่งยืนควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management) เป็นสัญญาณที่นักลงทุนสามารถใช้ประเมินความมั่นคงในระยะยาวขององค์กร เพราะสะท้อนว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสำหรับลูกค้าและคู่ค้าองค์ประกอบ One-Stop Service และ Experience ในกรอบความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited ตอบโจทย์ลูกค้าและคู่ค้าโดยตรง เพราะเป็นการยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความพึงพอใจและประสบการณ์การใช้บริการ ไม่ใช่เพียงการส่งมอบผลิตภัณฑ์เท่านั้นความยั่งยืนที่เป็นมากกว่าคำมั่นสัญญาจากกรอบการทำงานทั้ง 5 องค์ประกอบและ 3 มิติหลัก แสดงให้เห็นว่า UAC Global Public Company Limited ไม่ได้มองความยั่งยืนเป็นคำโฆษณา แต่เป็นระบบการทำงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการดูแลลูกค้าในทุกขั้นตอน ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น Partner for Change ร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจทุกฝ่ายFrequently Asked Questions1. UAC Global Public Company Limited มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนอย่างไร บริษัทตั้งเป้าเป็น "PARTNER FOR CHANGE" ร่วมกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนใน 3 มิติหลัก คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม2. ความยั่งยืน 3 มิติของ UAC Global ประกอบด้วยอะไรบ้าง ประกอบด้วยมิติเศรษฐกิจที่เน้นการเติบโตควบคู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มิติสังคมที่เน้น Happy Workplace และการพัฒนาชุมชน และมิติสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมความปลอดภัย ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และระบบบริหารจัดการคุณภาพ3. กรอบความยั่งยืนของ UAC Global Public Company Limited มีกี่องค์ประกอบ มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ Sourcing (การจัดหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์) Encouraging (การส่งเสริมสนับสนุน) Foresee (วิสัยทัศน์และโอกาส) One-Stop Service (บริการครบวงจร) และ Experience (การส่งมอบและดูแลลูกค้า)4. UAC Global ใช้เครื่องมืออะไรในการขับเคลื่อนความยั่งยืน บริษัทใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการปรับปรุงกระบวนการภายใน ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการสร้างนวัตกรรม เพื่อรองรับความต่อเนื่องทางธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง5. ความยั่งยืนของ UAC Global เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มใดบ้าง เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ทั้งบริษัทเอง ลูกค้า พันธมิตร คู่ค้า และชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อการเติบโตร่วมกันในระยะยาว
Product Launch & Innovation
Vichai Trading ยกระดับห้องประชุมสถานเอกอัครราชทูตโอมาน ด้วย AV System และ VICH Meeting Room ManagementVichai Trading กับการออกแบบ AV สำหรับสถานเอกอัครราชทูตโอมานระบบ Audio Visual หรือ AV ภายในองค์กรยุคใหม่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพหรือได้ยินเสียง แต่ยังต้องเชื่อมโยงกับรูปแบบการทำงาน การประชุม และการบริหารพื้นที่ให้สะดวกมากขึ้นVichai Trading (1983) Co., Ltd. ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนระบบโสตทัศนูปกรณ์สำหรับ สถานเอกอัครราชทูตโอมานประจำประเทศไทย (Embassy of the Sultanate of Oman, Bangkok) ครอบคลุมพื้นที่สำคัญภายในสถานทูต ทั้งห้องทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่รับรองโครงการให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพของระบบและภาพรวมของพื้นที่ โดยหนึ่งในองค์ประกอบเด่นคือการเลือกใช้ Ceiling Microphone หรือไมโครโฟนติดเพดาน ในห้องประชุม เพื่อลดจำนวนอุปกรณ์บนโต๊ะนอกจากนี้ ยังมีการติดตั้ง VICH Meeting Room Management System เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะและจองห้องประชุมได้สะดวกขึ้นการนำ AV System และ Room Management มาทำงานร่วมกันจึงช่วยเปลี่ยนห้องประชุมจากพื้นที่ที่มีเพียงอุปกรณ์ภาพและเสียง ไปสู่พื้นที่ทำงานที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นCeiling Microphone ลดอุปกรณ์บนโต๊ะประชุมหนึ่งในจุดเด่นของโครงการคือการเลือกใช้ Ceiling Microphone สำหรับพื้นที่ประชุม แทนการวางไมโครโฟนจำนวนมากบนโต๊ะแนวทางนี้ช่วยลดอุปกรณ์ที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ใช้งาน ทำให้โต๊ะประชุมมีความสะอาดตาและเป็นระเบียบมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยรักษาภาพรวมของห้องให้มีความเรียบหรูและทันสมัยสำหรับพื้นที่ที่มีลักษณะเป็น Executive Meeting Room หรือห้องประชุมขององค์กร การออกแบบระบบ AV จึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะประสิทธิภาพทางเทคนิค แต่ต้องคำนึงถึง Interior Design และ User Experience ไปพร้อมกันการย้ายอุปกรณ์บางส่วนจากพื้นที่บนโต๊ะขึ้นไปติดตั้งบนเพดานเป็นตัวอย่างของการออกแบบที่ช่วยลด Visual Clutter โดยยังคงฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับการประชุมในมุมของ Systems Integration วิธีคิดเช่นนี้สะท้อนว่าอุปกรณ์ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดเด่นของห้องเสมอไป แต่สามารถทำงานอยู่เบื้องหลังและปล่อยให้สถาปัตยกรรม เฟอร์นิเจอร์ และภาพลักษณ์ของสถานที่ยังคงเป็นองค์ประกอบหลักของพื้นที่ได้Smart Meeting Room ต้องมากกว่าระบบภาพและเสียงรูปแบบการทำงานในปัจจุบันทำให้ Meeting Room Technology ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงไมโครโฟน ลำโพง และจอภาพอีกหนึ่งโจทย์คือ การบริหารห้องประชุม โดยเฉพาะในองค์กรที่มีพื้นที่หลายห้องและมีผู้ใช้งานหลายกลุ่ม เพราะก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น ผู้ใช้งานต้องทราบว่าห้องใดว่าง ห้องใดถูกจอง และสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการได้หรือไม่ในโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมาน Vichai Trading จึงติดตั้ง VICH ซึ่งเป็น Meeting Room Booking and Management System เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจัดการห้องประชุมข้อมูลของ VICH ระบุว่า ระบบถูกออกแบบให้สามารถบริหารและจองห้องประชุมแบบ Real-time และสามารถเข้าถึงการใช้งานจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เมื่อ Room Booking System ถูกนำมาเชื่อมกับพื้นที่ที่มี Professional AV อยู่แล้ว ประสบการณ์การใช้งานจึงสามารถครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนก่อนเข้าห้องประชุมไปจนถึงการใช้งานภายในห้องนี่เป็นหนึ่งในแนวทางของ Smart Workplace ที่เทคโนโลยีช่วยสนับสนุนทั้ง “พื้นที่” และ “กระบวนการทำงาน” ไปพร้อมกันVICH ช่วยให้การจองและบริหารห้องประชุมเป็นระบบVICH เป็นระบบ Meeting Room Booking and Management ที่พัฒนาภายใต้ Vichai Trading (1983) Co., Ltd. โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยจัดการพื้นที่ประชุมให้สะดวกมากขึ้นระบบรองรับการตรวจสอบสถานะและจองห้องประชุมแบบ Real-time ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบ Availability ก่อนเลือกห้องและช่วงเวลาที่ต้องการจุดสำคัญของระบบลักษณะนี้คือการลดขั้นตอนที่ผู้ใช้งานต้องตรวจสอบข้อมูลจากหลายช่องทาง และช่วยสร้างข้อมูลสถานะของห้องประชุมที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นสำหรับโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมาน การติดตั้ง VICH จึงช่วยเสริมระบบ AV ที่อยู่ภายในห้องด้วยระบบบริหารจัดการก่อนเริ่มใช้งานจริงเมื่อพิจารณาร่วมกัน AV System ทำหน้าที่สนับสนุนประสบการณ์ระหว่างการประชุม ขณะที่ Meeting Room Management ช่วยจัดการการเข้าถึงและการใช้ทรัพยากรห้องประชุมการเชื่อมสององค์ประกอบนี้ทำให้ Technology Solution ครอบคลุม Workflow ของผู้ใช้งานมากขึ้น ตั้งแต่ค้นหาห้อง จองพื้นที่ ไปจนถึงเข้าประชุมและใช้งานระบบภายในห้องAV System ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงภาพลักษณ์ของพื้นที่พื้นที่ของสถานเอกอัครราชทูตมีทั้งฟังก์ชันการทำงาน การประชุม และการรับรองแขก ดังนั้นระบบเทคโนโลยีที่นำมาใช้จึงต้องสามารถทำงานร่วมกับภาพลักษณ์ของสถานที่ได้โครงการนี้ครอบคลุม ห้องทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่รับรอง โดยรายละเอียดที่เห็นได้ชัดจากข้อมูลของ Vichai Trading คือการลดอุปกรณ์บนโต๊ะด้วย Ceiling Microphoneแนวคิดดังกล่าวสะท้อนหลักของ Invisible Technology หรือการทำให้เทคโนโลยีกลมกลืนไปกับพื้นที่มากที่สุดเท่าที่รูปแบบการใช้งานอนุญาตสำหรับ Professional AV Systems Integrator การออกแบบจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่าง Function และ Environmentระบบต้องตอบโจทย์ด้านเสียงและภาพ แต่ขณะเดียวกันตำแหน่งของอุปกรณ์ รูปแบบการติดตั้ง และ Interface สำหรับผู้ใช้งานก็ไม่ควรสร้างความซับซ้อนที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะในพื้นที่รับรองและห้องประชุมระดับองค์กร การรักษาความเรียบร้อยของโต๊ะ ผนัง และองค์ประกอบภายในห้อง สามารถช่วยให้เทคโนโลยีสนับสนุนภาพลักษณ์ของพื้นที่แทนที่จะกลายเป็นสิ่งที่รบกวนสายตาจาก System Integration สู่ User ExperienceVichai Trading ระบุว่าบริษัทดำเนินงานในฐานะ Full-service Professional AV Systems Integrator โดยให้บริการตั้งแต่ Consulting and Design, Installation, Project Management ไปจนถึง After-sales Serviceแนวทางของบริษัทคือการพัฒนา Tailored Solutions ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า โดยพิจารณาทั้ง Purpose of Use และ Value for Investmentเมื่อนำแนวคิดดังกล่าวมามองผ่านโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมาน จะเห็นว่าการออกแบบไม่ได้เน้นการเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ แต่เลือกเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานCeiling Microphone ช่วยลดอุปกรณ์บนโต๊ะ ขณะที่ VICH ช่วยลดความซับซ้อนในการตรวจสอบและจองห้องประชุมทั้งสององค์ประกอบจึงมีจุดร่วมเดียวกัน คือการทำให้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนผู้ใช้งานโดยไม่สร้างขั้นตอนหรือสิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็นนี่เป็นหนึ่งในหลักสำคัญของ Professional AV System Integration เพราะระบบที่มีประสิทธิภาพไม่ได้วัดจากจำนวนอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถของระบบในการตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริงด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปีของ Vichai Trading ใน Professional AVVichai Trading (1983) Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1983 โดยคุณกิตติศักดิ์ สบโชคชัย และเว็บไซต์ของ Vichai Group ระบุว่าเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Professional AV Systems Integratorตลอดเวลากว่า 40 ปี บริษัทพัฒนาจากธุรกิจขนาดเล็กสู่ผู้ให้บริการ AV Solutions และปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Vichai Group ซึ่งมีบริษัทในกลุ่มทำงานครอบคลุมทั้ง System Integration, Distribution และ After-sales Serviceขอบเขตของ Vichai Trading ครอบคลุม Audio Systems, Visual Systems, Lighting Systems, Conference Systems และ Control Systems โดยสามารถให้บริการกับพื้นที่หลายขนาดและหลายประเภทเว็บไซต์บริษัทยังมีการรวบรวมโครงการในกลุ่ม Corporate และ Government & State Enterprises ซึ่งแสดงให้เห็นประสบการณ์ในการพัฒนาระบบสำหรับองค์กรที่มีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันประสบการณ์จากหลาย Market Segment ช่วยให้ System Integration ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกผลิตภัณฑ์ แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจว่าพื้นที่นั้นมีวัตถุประสงค์อะไร ใครเป็นผู้ใช้งาน และระบบควรสนับสนุน Workflow อย่างไรระบบประชุมสำหรับองค์กรต้องใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพเว็บไซต์ Vichai Trading ระบุถึงการให้บริการ Conference Systems เป็นหนึ่งในกลุ่มหลักของ System Integration Services โดยทำงานร่วมกับ Audio, Visual และ Control Systemsสำหรับพื้นที่องค์กรและหน่วยงานภาครัฐ บริษัทให้ความสำคัญกับ Conference and Collaboration Systems ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความคุ้มค่าต่อการลงทุนโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมานสะท้อนแนวทางนี้ผ่านการออกแบบที่ไม่ได้มองห้องประชุมเป็นเพียงพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ แต่พิจารณาถึงการใช้งานตั้งแต่ก่อนเริ่มประชุมผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและจองห้องผ่าน VICH จากนั้นจึงเข้าสู่พื้นที่ที่มีระบบ AV รองรับการประชุม โดย Ceiling Microphone ช่วยลดความหนาแน่นของอุปกรณ์บนโต๊ะเมื่อเทคโนโลยีแต่ละส่วนถูกออกแบบให้ทำหน้าที่ของตนเองและเชื่อมกันเป็น Workflow ประสบการณ์การประชุมจึงมีโอกาสที่จะเรียบง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้งานแนวคิดนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของ Smart Meeting Room ซึ่งควรทำให้เทคโนโลยีสนับสนุนการประชุม มากกว่าทำให้ผู้เข้าร่วมต้องเรียนรู้ขั้นตอนที่ซับซ้อนก่อนใช้งานVICH สะท้อนการต่อยอดจาก AV สู่ Workplace Technologyการพัฒนา VICH แสดงให้เห็นอีกมิติหนึ่งของ Vichai Trading นอกเหนือจากการออกแบบและติดตั้ง Hardware สำหรับ Professional AVข้อมูลปัจจุบันของ VICH ระบุว่าเป็น Comprehensive Meeting Room Booking and Management System ที่รวมการจองและการบริหารห้องประชุมเข้าด้วยกัน โดยผู้ใช้งานสามารถบริหารและจองห้องแบบ Real-time จากอุปกรณ์ที่ใช้งานผู้พัฒนาที่ระบุในข้อมูลแอปพลิเคชันคือ Vichai Trading (1983) Company Limitedการมีระบบในกลุ่ม Meeting Room Management ช่วยขยายขอบเขตของ Solution จากอุปกรณ์ภาพและเสียงไปสู่ Software และ Workplace Managementทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวโน้ม Professional AV ที่กำลังเชื่อมกับ IT, Software และ IoT มากขึ้น โดยผู้บริหารของ Vichai Trading เคยให้มุมมองกับ PSNI Global Alliance ว่าอนาคตของ AV จะมีลักษณะ IT-centric มากขึ้น และอุปกรณ์ AV จะเชื่อมกับอุปกรณ์อื่นภายในอาคารผ่าน IoTVICH จึงเป็นตัวอย่างที่ช่วยสะท้อนการเชื่อม AV Technology เข้ากับ Digital Workplace ได้อย่างเป็นรูปธรรมAV ที่ดีต้องเริ่มจากวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ Vichai Trading อธิบายแนวทางการทำ System Integration ว่าทีมงานพัฒนา Solution ให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของลูกค้า และให้ความสำคัญกับ Needs, Purpose of Use และ Value for Investmentหลักคิดดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะห้องประชุมของแต่ละองค์กรไม่ได้มีรูปแบบการใช้งานเหมือนกันบางพื้นที่อาจให้ความสำคัญกับ Hybrid Meeting บางแห่งต้องการระบบ Conference ขนาดใหญ่ ขณะที่พื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับ Design อาจต้องลดอุปกรณ์ที่มองเห็นภายในห้องในกรณีสถานเอกอัครราชทูตโอมาน จุดเด่นที่บริษัทเลือกนำเสนอคือ Ceiling Microphone ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและความเรียบร้อยของโต๊ะประชุม พร้อมเสริมด้วย VICH เพื่อช่วยบริหารการจองพื้นที่แทนที่จะเพิ่ม Technology Feature โดยไม่มีวัตถุประสงค์ ระบบจึงถูกออกแบบจากโจทย์การใช้งานของพื้นที่นี่เป็นแนวคิดสำคัญของ System Integration ที่ช่วยเปลี่ยน Hardware และ Software หลายส่วนให้กลายเป็น Solution เดียวที่สอดคล้องกับผู้ใช้งานจริงบทสรุป: เมื่อ AV Technology ทำงานร่วมกับพื้นที่และผู้ใช้งานโครงการ Embassy of the Sultanate of Oman, Bangkok เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการนำ Professional AV System Integration มาใช้กับพื้นที่องค์กรที่ต้องให้ความสำคัญทั้งด้านการทำงานและภาพลักษณ์Vichai Trading (1983) Co., Ltd. มีส่วนร่วมในการสนับสนุนระบบ AV ครอบคลุมห้องทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่รับรอง โดยเลือกใช้ Ceiling Microphone เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของห้องประชุม เพื่อลดอุปกรณ์บนโต๊ะและรักษาความเรียบร้อยของพื้นที่ขณะเดียวกัน VICH Meeting Room Management System ช่วยขยายประสบการณ์การใช้งานจากภายในห้องไปสู่ขั้นตอนการบริหารพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะและจองห้องประชุมได้อย่างเป็นระบบเมื่อพิจารณาร่วมกับประสบการณ์ของ Vichai Trading ในฐานะ Professional AV Systems Integrator ตั้งแต่ปี 1983 โครงการนี้สะท้อนแนวทางที่เทคโนโลยีไม่ได้ถูกนำเข้ามาเพียงเพื่อเพิ่มอุปกรณ์ให้กับพื้นที่ แต่ถูกเลือกเพื่อแก้โจทย์การใช้งานเฉพาะด้านจาก Ceiling Microphone ไปจนถึง Meeting Room Management จุดหมายเดียวกันคือการทำให้ Technology, Space และ User Experience ทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างพื้นที่ประชุมที่พร้อมสำหรับการทำงานขององค์กรยุคใหม่FAQ เกี่ยวกับ Vichai Trading และโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมานVichai Trading ทำระบบอะไรให้สถานเอกอัครราชทูตโอมานประจำประเทศไทย?Vichai Trading (1983) Co., Ltd. มีส่วนร่วมในการสนับสนุนระบบ Audio Visual สำหรับพื้นที่สำคัญภายในสถานทูต ครอบคลุมห้องทำงาน ห้องประชุม และพื้นที่รับรองจุดเด่นของระบบ AV ในห้องประชุมคืออะไร?หนึ่งในจุดเด่นคือการใช้ Ceiling Microphone หรือไมโครโฟนติดเพดาน ซึ่งช่วยลดอุปกรณ์บนโต๊ะประชุม ทำให้พื้นที่ดูเรียบร้อยและสอดคล้องกับการออกแบบห้องมากขึ้นVICH คืออะไร?VICH เป็น Meeting Room Booking and Management System ของ Vichai Trading (1983) Co., Ltd. สำหรับช่วยบริหารและจองห้องประชุม รวมถึงตรวจสอบสถานะห้องแบบ Real-timeVICH ถูกติดตั้งในโครงการสถานเอกอัครราชทูตโอมานหรือไม่?ใช่ ข้อมูลโครงการที่ Vichai Trading เผยแพร่ระบุว่ามีการติดตั้ง VICH เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบสถานะและจองห้องประชุมได้สะดวกขึ้นVichai Trading (1983) Co., Ltd. ทำธุรกิจอะไร?Vichai Trading เป็น Full-service Professional AV Systems Integrator ให้บริการตั้งแต่ Consulting and Design, Installation และ Project Management ไปจนถึง After-sales Service โดยครอบคลุม Audio, Visual, Lighting, Conference และ Control SystemsVichai Trading ก่อตั้งเมื่อใด?Vichai Trading (1983) Co., Ltd. ก่อตั้งในปี 1983 โดยคุณกิตติศักดิ์ สบโชคชัย และดำเนินงานในอุตสาหกรรม Professional AV ของประเทศไทยมากกว่า 40 ปีสถานเอกอัครราชทูตโอมานประจำประเทศไทยตั้งอยู่ที่ใด?ข้อมูลปัจจุบันจากกระทรวงการต่างประเทศโอมานระบุว่า Embassy of the Sultanate of Oman in Bangkok ตั้งอยู่ที่ Supalai Icon Sathorn Building ชั้น 14 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 ประเทศไทยActive Companies
Organizations publishing their latest corporate news on BrandsDNA
Dream Company

Dream Company

Dream Company

Dream Company

Dream Company

Dream Company

Dream Company
